Back to Top

INTERNATIONAL

PROGRAM EXPERTISE

COURSE

เทคนิคพิชิต CU-TEP 90 up

IGCSE/GCSE

A-Level

NEW SAT/ SAT II (New SAT)

CU-TEP 90+

CU-AAT

CU-ATS

CU-TAD

MUIC

TU-GET 750+

Interview (สอบสัมภาษณ์)

สอบเข้าเตรียมอุดมฯ

Academic Writing (ESSAY)

GAT ภาษาอังกฤษ ( GAT ENG )

ติวเข้ม TOEIC 750+

Calculus

PAT 1 เลข

คอร์สภาษาจีน / HSK / PAT 7.4

Computer Programming

IELTS BAND 7+

ติวเข้ม ภาษาญี่ปุ่น Japanese

Screen_Shot_2013-06-19_at_12.26.23_PM

cu-tep 

CU-TEP คืออะไร?

CU-TEP   หรือ Test of English Proficiency เป็นการสอบวัดผลความรู้ภาษาอังกฤษ โดยผลการสอบ จะเป็นหลักฐานส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการยื่นสมัครสอบเข้าศึกษาในหลักหลักสูตรปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ (International Program) และ  ปริญญาโททุกสาขาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดโดย ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย



ลักษณะของข้อสอบ CU-TEP
ข้อสอบ CU-TEP มี 3 PART ดังนี้ (ข้อสอบแจกให้ทำทีละ PART) รวมทั้งหมด 120 ข้อ ใช้เวลาทั้งหมด 130 นาที


PART 1 – Listening ทักษะการฟัง มี 30 ข้อ ใช้เวลา 30 นาที แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

  • ส่วนที่ 1: การพูดคุยสนทนาระหว่างบุคคลในเหตุการณ์สั้นๆ (Short dialog) มีทั้งสิ้น 15 บทสนทนา ตอบคำถาม 15 ข้อ
  • ส่วนที่ 2: การสนทนาแบบยาว (Long dialog) จำนวน 3 บท โดยข้อสอบจะให้ผู้ฟังฟังบทสนทนาหรือการบรรยายเพียง 1 รอบ จากนั้นจะตอบคำถามของบทสนทนาหรือการบรรยายเป็นชุดๆ จำนวนคำถาม 9 ข้อ
  • ส่วนที่ 3: การบรรยายบทความทางวิชาการ (Monolog) ยาวประมาณ 5 – 7นาที ผู้สอบจะได้ยินบทพูดเพียงครั้งเดียว จำนวนบทฟัง 2 บท และตอบคำถาม 6 ข้อ


PART 2 – Reading ทักษะการอ่าน มี 60 ข้อ ใช้เวลา 70 นาที มี 3 ลักษณะ คือ

  • 1. CLOZE TEST: เรื่องอ่าน 1 เรื่อง มีช่องว่างทั้งหมด 15 ช่อง
  • 2. SHORT PASSAGE: เนื้อเรื่องความยาวประมาณ 1 paragraph คำถาม 5 ข้อ
  • 3. LONG PASSAGE: เนื้อเรื่องความยาวประมาณ 1 หน้า A4 จำนวน 4 เรื่อง แต่ละเรื่องมีคำถาม 10 คำถาม


PART 3 – Writing ทักษะการเขียน มี 30 ข้อ ใช้เวลา 30 นาที

  • 1. ERROR IDENTIFICATION มีข้อความพร้อมทั้งขีดเส้นใต้คำบางคำในประโยค เพื่อให้ผู้สอบหาจุดผิดจากคำที่ขีดเส้นใต้นั้นๆ


เทคนิคการสอบ CU-TEP ให้ได้ 90+

PART 1 – Listening

ผู้ฟังจะต้องสามารถฟังและจับใจความสำคัญของการสนทนาหรือบทความนั้นๆได้ เพื่อนำใปใช้ตอบคำถาม โดยสามารถทำตามคำแนะนำได้ดังนี้ 1. เมื่อได้รับข้อสอบ ให้พยายามกวาดสายตาดูข้อสอบ และตัวเลือกให้ได้มากที่สุด การได้อ่านตัวเลือกก่อนทำให้เราเลือกคำตอบได้ไวและแม่นยิ่งขึ้น 2. เมื่อฟังไม่ทันหรือได้ยินไม่ชัด ให้ตอบทันที อย่าคิดวิตกย้อนกลับไปข้อที่ทำไม่ได้เพราะอาจทำให้เสียโอกาสในการทำข้อถัดไป

PART 2 – Reading

ควรมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 1-2 เดือน โดยฝึกอ่านบทความ General topics เช่น life science, inventions, business, environment เป็นหัวข้อที่ออกสอบบ่อย โดยสามารถฝึกอ่านในหัวข้อเหล่านี้ได้  นอกจากนั้นการที่รู้คำศัพท์มากถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อเรื่อง (Meaning in context) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ลักษณะคำถามที่ข้อสอบออกบ่อย ได้แก่

1. Main idea จำความสำคัญของ paragraph มักจะเป็นประโยคแรก หรือ ประโยคสุดท้ายในแต่ละ paragraph

2. Details รายละเอียดปลีกย่อยในเรื่อง อาทิเช่น WHO WHAT WHEN WHERE WHY ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

3. Inference(imply / infer)  ผู้อ่านต้องตีความเองจากเรื่องที่อ่าน  ผู้อ่านสามารถใช้วิธีการอ่านแบบ Skimming+Scanning เพื่อช่วยให้อ่านได้เร็วยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคำตอบที่เลือกตอบต้องอิงมาจากเรื่องที่อ่าน ไม่ใช่opinion ข้อผู้อ่านเอง  

PART 3 – Writing (Error Identification)

ผู้ทำจำเป็นต้องมีความรู้ในพื้นฐาน GRAMMAR เพื่อหาจุดผิดในข้อสอบให้เจอ หัวข้อGrammarที่ออกสอบบ่อยได้แก่  

1  Word forms – รูปคำ8  Non – finitive verbs - กริยาไม่แท้
2  Verb forms – รูปคำกริยา9  Articles
3  Alternative words – การเลือกใช้คำ10 Comparison – การเปรียบเทียบ
4  Parallelism – โครงสร้างโครงขนาน11  Word order – การเรียงลำดับคำ
5  Pronouns – สรรพนาม12  Conjunctions – คำเชื่อม
6  Prepositions – บุพบท13  Redundancy – การใช้คำฟุ่มเฟือย
7  Numbers – พจน์ 


เทคนิคการทำ Error Identification มีดังนี้

  1. อ่านโจทย์ให้ครบถ้วนด้วยความระมัดระวังและฉับไว
  2. ผู้สอบจำเป็นต้องเข้าใจความหมายของประโยคอย่างถ่องแท้ เนื่องจากในข้อสอบจริงหลายๆข้อ เน้นไปที่ Word Choice โดยที่ผู้สอบไม่สามารถใช้แค่ความรู้ Grammar ในการหาที่ผิดได้
  3. เมื่อยังไม่สามารถหาที่ผิดให้เจอได้ ให้เริ่มอ่านโจทย์ใหม่ เน้นการหา Subject และ Verb ของประโยคให้เจอก่อน จะทำให้ผู้ทำสามารถเห็นรายละเอียดปลีกย่อยในโจทย์ได้


สิ่งที่สำคัญในการทำ Error คือการฝึกทำข้อสอบบ่อยๆ จะทำให้คุ้นเคยกับลักษณะข้อสอบและมีความแม่นยำในการทำมากขึ้น นอกจากนั้นแล้ว ยังควรหมั่นทบทวน Grammar ให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น
 

 


cu-tep

CU-tep

สถาบัน int
เปิดสอนหลักสูตร เตรียมสอบ CU-TEP สอนสดทุกทักษะ ทั้ง Listening Speaking Writing Speaking โดยทีมอาจารย์จุฬาฯ ภาคอินเตอร์ พร้อมฝึกทักษะการทำโจทย์ให้รวดเร็ว แม่นยำ และตรงตามหัวข้อที่ข้อสอบออกบ่อยที่สุด โดยปรับหลักสูตรตามพื้นฐานของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อการสอนที่ตรงความต้องการของผู้เรียน โดยผู้เรียนสามารถทำข้อสอบได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด  


สถาบัน int เปิดสอน CU-TEP โดยอาจารย์ที่มีประสบการณ์สอน CU-TEP กว่า 6 ปี รับรองถึงคุณภาพ และ ความสำเร็จของนักเรียน เรามีวิธีการสอนที่มุ่งเน้นให้แน่ใจว่านักเรียนแต่ละคนของเรามีความเข้าใจในตัวบทข้อสอบโดยการให้ฝึกทำโจทย์ CU-TEP ในจุดที่นักเรียนไม่เข้าใจจนกว่าจะเข้าใจไปทีละจุด พร้อม

  • เทคนิคพิเศษในการพิชิตข้อสอบให้ ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ 
  • วิธีวิเคราะห์โจทย์แบบพิเศษ
  • ผู้เรียนจะเข้าใจเนื้อหาในการเตรียมสอบ CU-TEP ครบทุก part อย่างแท้จริง
  • สามารถพิชิตคะแนนสอบได้มากกว่า 85 %
  • แนะแนวข้อสอบที่นักเรียนแต่ละคนต้องทบทวนก่อนไปสอบจริง
  • การทำ Simulation Test โดยจำลองบรรยากาศการสอบจริง 


สถาบัน int ยังเปิดสอนในหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษต่อเนื่องจาก CU-TEP เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ภาคปรกติและภาคอินเตอร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น SAT | CU-AAT | TU-GET | IELTS | TOEFL | ESL | GAT | O-NET | TOEIC ซึ่งสามารถใช้ในการข้อสอบเข้ามหาลัยชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป  

 

cutep